หน้าเว็บ

วันอังคารที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2557

ปัจจัยที่มีผลให้ปริมาณคอลลาเจนในผิวลดลง

สังขารไม่จีรัง เสื่อมไปตามกาล แต่ใช่ว่าจะไม่สนใจเลย เราพอจะถนอมดูแลได้ ดังนั้นมาดูกันดีกว่าอะไรเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คอลลาเจนในผิวของเราลดลง และเป็นเหตุแห่งความเสื่อมสภาพของผิว

อายุ
คอลลาเจนชนิดที่ 1 และ ที่ 3 ซึ่งเป็นชนิดที่พบในผิวจะลดลงเมื่ออายุเพิ่มขึ้นโดย ชนิดที่ 1 เริ่มลดลงหลังช่วงอายุ 8 ขวบ ส่วนชนิดที่ 3 เริ่มลดลงตั้งแต่แรกเกิด(Rong, et al., 2008)

กราฟแสดงความหนาแน่นของคอลลาเจนในผิวที่ช่วงวัยต่างๆ

Ortolan, et al., 2013

แสงแดด
ในแสงแดดจะมีรังสียูวีซึ่งถือเป็นตัวร้ายที่สำคัญในการทำลายผิวและถือเป็นสาเหตุที่สำคัญที่ทำให้ผิวเราเสื่อมสภาพ 
ทั้งนี้พบว่าในผิวที่ถูกทำลายด้วยแสงแดดจะมีปริมาณโพรคอลลาเจนชนิดที่ 1 และ 3 ลดลง(Talwar, et al., 1995)  โดยที่รังสียูวีในแสงแดดจะไปยับยั้งกลไกที่เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์โพรคอลลาเจน (Quan, et al., 2004) และยังกระตุ้นการทำงานของกลุ่มเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการสลายคอลลาเจน(Yin, et al., 2001)




ฮอร์โมนเพศ
ผู้หญิงเมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน หรือวัยทองซึ่งหมายถึงปริมาณฮอรโมนเพศหญิงลดลงส่งผลให้การสังเคราะห์คอลลาเจนลดลง ปริมาณคอลลาเจนในชั้นผิวก็ลดลง  ทั้งนี้ผู้หญิงวัยทองที่ได้รับฮอรโมนเพศทดแทนจะมีปริมาณคอลลาเจนในผิวสูงกว่าที่ไม่ได้รับ(Castelo, et al., 1992; Brincat, et al., 1983)
ที่มาภาพ http://wisewomenrule.com/the-art-of-menopause/


การสูบบุหรี่
ที่มาภาพ www.richmondinstitute.com
การสูบบุหรี่จะลดอัตราการสังเคราะห์คอลลาเจนชนิดที่ 1 และ 3 ในผิว(Knuutinen, et al., 2002) และเร่งการสลายของคอลลาเจนด้วยการกระตุ้นการทำงานของกลุ่มเอนไซม์ MMP-1(Lahmann, et al., 2001)




โรคบางชนิด
เช่นโรคเบาหวาน
คนที่เป็นเบาหวานจะมีการสังเคราะห์คอลลาเจนน้อยกว่าคนปรกติ(Seibold, et al., 1985) และ คนที่เป็นโรคเบาหวานจะมีการเกิดกระบวนการกลัยเคชั่น(Glycation) ในร่างกายสูงกว่าคนปรกติ ซึ่งกระบวนการนี้จะส่งผลให้คอลลาเจนเสียสภาพ และถูกทำลาย(Dyer, et al., 1993; Gautiari, et al., 2013)
เครื่องวัดผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากกระบวนการกลัยเคชั่นที่ผิวหนัง
ที่มาภาพ http://qatar-weill.cornell.edu/media/reports/2013/glycation.html


การใช้ยาบางชนิด
ภาพผิวที่เกิดจากการใช้ยาประเภทกลูโคคอร์ติคอยด์
ที่มาภาพ http://www.hellenicdermatlas.com/en/viewpicture/1799/
เช่นยากลุ่มกลูโคคอร์ติคอยด์(glucocorticoid)

เป็นยาที่ใช้รักษาอาการอักเสบ กดการทำงานของภูมิคุ้มกัน บรรเทาอาการคันและภูมิแพ้ต่างๆ ฤทธิ์ของยามีความสามารถในการยับยั้งการสังเคราะห์คอลลาเจนได้(Oikarinen, et al., 1998)







นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นที่มีผลกระทบได้แก่
ความเครียด, การรับประทานอาหารไม่ครบหลักโภชนาการ, การผักผ่อนไม่เพียงพอ, การดื่มเครื่องดื่มที่มีอัลกอฮอล์อย่างหนัก และมลภาวะที่เป็นพิษ



ที่มา

  • Rong, Y. H., Zhang, G. A., Wang, C., & Ning, F. G. (2008). Quantification of type I and III collagen content in normal human skin in different age groups].Zhonghua shao shang za zhi= Zhonghua shaoshang zazhi= Chinese journal of burns, 24(1), 51.
  • Ortolan, M. C. A. B., Biondo-Simões, M. D. L. P., Baroni, E. D. R. V., Auersvald, A., Auersvald, L. A., Montemor Netto, M. R., & Biondo-Simões, R. (2013). Influence of aging on the skin quality of white-skinned women: the role of collagen, elastic material density, and vascularization. Revista Brasileira de Cirurgia Plástica, 28(1), 41-48.
  • Talwar, H. S., Griffiths, C. E., Fisher, G. J., Hamilton, T. A., & Voorhees, J. J. (1995). Reduced type I and type III procollagens in photodamaged adult human skin. Journal of Investigative Dermatology, 105(2), 285-290.
  • Quan, T., He, T., Kang, S., Voorhees, J. J., & Fisher, G. J. (2004). Solar ultraviolet irradiation reduces collagen in photoaged human skin by blocking transforming growth factor-β type II receptor/Smad signaling. The American journal of pathology, 165(3), 741-751.
  • Yin, L., Morita, A., & Tsuji, T. (2001). Skin aging induced by ultraviolet exposure and tobacco smoking: evidence from epidemiological and molecular studies.Photodermatology, photoimmunology & photomedicine, 17(4), 178-183.
  • Brincat, M., Moniz, C. F., Studd, J. W., Darby, A. J., Magos, A., & Cooper, D. (1983). Sex hormones and skin collagen content in postmenopausal women.British medical journal (Clinical research ed.), 287(6402), 1337.
  • Castelo-Branco, C., Duran, M., & Gonzalez-Merlo, J. (1992). Skin collagen changes related to age and hormone replacement therapy. Maturitas, 15(2), 113-119.
  • Knuutinen, A., Kokkonen, N., Risteli, J., Vähäkangas, K., Kallioinen, M., Salo, T., ... & Oikarinen, A. (2002). Smoking affects collagen synthesis and extracellular matrix turnover in human skin. British Journal of Dermatology,146(4), 588-594.
  • Lahmann, C., Bergemann, J., Harrison, G., & Young, A. R. (2001). Matrix metalloproteinase-1 and skin ageing in smokers. The Lancet, 357(9260), 935-936.
  • Seibold, J. R., Uitto, J., Dorwart, B. B., & Prockop, D. J. (1985). Collagen synthesis and collagenase activity in dermal fibroblasts from patients with diabetes and digital sclerosis. The Journal of laboratory and clinical medicine,105(6), 664.
  • Dyer, D. G., Dunn, J. A., Thorpe, S. R., Bailie, K. E., Lyons, T. J., McCance, D. R., & Baynes, J. W. (1993). Accumulation of Maillard reaction products in skin collagen in diabetes and aging. Journal of Clinical Investigation, 91(6), 2463.
  • Gautieri, A., Redaelli, A., Buehler, M. J., & Vesentini, S. (2013). Age-and diabetes-related nonenzymatic crosslinks in collagen fibrils: Candidate amino acids involved in Advanced Glycation End-products. Matrix Biology.
  • Oikarinen, A., Haapasaari, K. M., Sutinen, M., & Tasanen, K. (1998). The molecular basis of glucocorticoid-induced skin atrophy: topical glucocorticoid apparently decreases both collagen synthesis and the corresponding collagen mRNA level in human skin in vivo. British Journal of Dermatology, 139, 1106-1110

วันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

สารอาหารชลอผิวแก่

การสวยจากภายใน คือการเลือกรับประทานสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิวเป็นอีกทางหนึ่งในการป้องกันการเสื่อมของผิวเนื่องจากสิ่งแวดล้อม

สารอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิว


วิตามินซี หรือ กรดแอสคอร์บิก
เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่จำเป็น โดยมีหน้าที่รับผิดชอบในส่วนที่เป็นน้ำภายในร่างกายเรา และที่สำคัญร่างกายเราสังเคราะห์ไม่ได้ต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น
แหล่งอาหารที่มีมากคือผัก และผลไม้สด เช่น ผลไม้ตระกลูส้ม ฝรั่ง และผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวต่างๆ
บทบาทที่สำคัญต่อผิว
เป็นผู้ช่วยของเอนไซม์ ไลซิล และ โพรพิลไฮดรอกซีเลส ในการสังเคราะห์ ไฮดรอกซีโพรลีน(hydroxyprolene) และ ไฮดรอกซีไลซีน(hydroxylysene) ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับความแข็งแรงของโครงสร้างคอลลาเจน


วิตามินอี หรือ โทโคฟีรอล
เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่จำเป็นโดยมีหน้าที่รับผิดชอบในส่วนที่เป็นน้ำมันภายในร่างกายเรา เช่นเดียวกับวิตตามินซีคือต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น
แหล่งอาหารที่มีมากคือ น้ำมันพืชต่างๆ เช่นน้ำมันจมูกข้าวสาลี น้ำมันทานตะวัน น้ำมันถั่วเหลือง เป็นต้น
บทบาทที่สำคัญต่อผิว
ต้านอนุมูลอิสระในเนื้อเยื่อผิวส่วนที่เป็นไขมัน นอกจากนี้วิตามินอี และ ซี เมื่ออยู่ด้วยกันจะส่งเสริมซึ่งการและกันทำให้ประสิทธิภาพในการต้านออกซิเดชั่นดีขึ้น

แคโรทีนอยด์ (เช่น เบต้าแคโรทีน, ไลโคพีน, แอสต้าแซนทิน)
มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ และเบต้าแคโรทีนจัดเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ ซึ่งเป็นวิตามินที่สำคัญของร่างกาย
แหล่งอาหารที่พบมากคือ ผัก และผลไม้ โดยเฉพาะผักผลไม้ที่มีสีส้มอมแดง นอกจากนี้ยังพบในสาหร่าย
บทบาทที่สำคัญต่อผิว
ปกป้องผิวจากการทำลายจากแสงแดดได้ดีเนื่องจากโครงสร้างของแคโรทีนอยด์มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระจากแสงแดดได้

วิตามินดี
เป็นวิตามินที่นอกจากจะได้รับจากอาหารแล้ว ร่างกายสามารถสังเคราะห์เองได้บริเวณชั้นผิวหนังเมื่อถูกระตุ้นด้วยแสงแดดแต่เมื่ออายุมากขึ้นร่างกายจะสังเคราะห์ได้น้อยลง
แหล่งอาหารที่พบมากคือผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่นไข่แดง นม
บทบาทที่สำคัญต่อผิว
ปกป้องผิวจากการทำลายจากแสงแดด และป้องกันการติดเชื้อที่ผิวหนัง

โพลีฟีนอล
เป็นสารอาหารที่ค่อนข้างให้ความสนใจในช่วง 10 ปีหลัง ในด้านคุณสมบัติการชลอความชราภาพ เนื่องจากประสิทธิภาพในการต้านอนุมลูอิสระ
แหล่งอาหารที่พบมากคือผลิตภัณฑ์จากพืช เช่นผลไม้ต่างๆ ธัญพืช และถั่วต่างๆ เครื่องดื่มที่ได้จากพืช เช่น ชา กาแฟ โกโก้ น้ำผลไม้ ไวน์องุ่น
ตัวอย่างโพลีฟีนอลที่มีคุณสมบัติในการต้านชราภาพได้แก่ เรสเวอราทรอล(จากองุ่นแดง), เคอร์คูมิน(จากขมิ้น), โพลีฟีนอลจากชาเขียว เป็นต้น
บทบาทที่สำคัญต่อผิว
ปกป้องผิวจากการทำลายของอนุมูลอิสระในรูปแบบต่างๆ รักษาดุลย์ภาพของความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระของร่างกาย

โคเอนไซม์คิวเท็น
เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่จำเป็นโดยมีหน้าที่รับผิดชอบในส่วนที่เป็นน้ำมันของร่างกาย สารตัวนี้ร่างกายสามารถสังเคราะห์เองได้แต่จะมีการสังเคราะห์ลดลงเมื่ออายุเพิ่มขึ้น
แหล่งอาหารที่พบมากคือ ตับสัตว์
บทบาทที่สำคัญต่อผิว
มีหน้าที่สำคัญในการสังเคราะห์พลังงานให้กับเซลล์ต่างๆภายในร่างกาย เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่พบมากในชั้นหนังกำพร้า จึงถือเป็นปราการด่านแรกที่สำคัญในการปกป้องผิว

พรี และ โพรไบโอติก
โพรไบโอติกคือ จุลลินทรีย์ที่ดีในระบบทางเดินอาหารซึ่งมีส่วนช่วยให้ร่างกายเรามีสุขภาพที่ดี ส่วนพรีไบโอติกคือ สารอาหารที่ส่งเสริมการเจริญของจุลลินทรีย์ที่ดีในระบบทางเดินอาหาร ตัวอย่างเช่น โอลิโกฟรุกโตส และโอลิโกแซคคาไรด์อื่นๆ
จุลลินทรีย์ที่ดีไม่ได้มีแค่อยู่ในระบบทางเดินอาหาร ที่ผิวของคนเราก็มีจุลลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อผิวเช่นกัน

บทบาทที่สำคัญต่อผิว
ปรับสมดุลย์การทำงานของภูมิคุ้มกันที่ผิวให้แสดงออกอย่างเหมาะสม ลดการแพ้ที่เกิดจากการทำงานของภูมิคุ้มกันที่มากเกิน

กรดไขมันจำเป็น หรือ วิตามินเอฟ
กรดไขมันจำเป็น เป็นกรดไขมันที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ได้เองต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น ตัวอย่างกรดไขมันจำเป็นได้แก่ กลุ่มโอเมก้า 3 (กรดอัลฟาไลโนเลนิก, อีพีเอ, ดีเอชเอ) และ กรดไลโนเลอิก (โอเมก้า 6)
กรดไขมันกลุ่มโอเมก้า 3 พบมากในปลาทะเล ส่วนกรดไลโนเลอิกพบมากในน้ำมันพืชทั่วไป
บทบาทที่สำคัญต่อผิว
มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์ไขมันในชั้นเนื้อเยื้อ ช่วยป้องกันไม่ให้ผิวแห้ง และเหี่ยวย่น

Photo CR: iflakyskin.com

ที่มา

Schagen, S. K., Zampeli, V. A., Makrantonaki, E., & Zouboulis, C. C. (2012). Discovering the link between nutrition and skin aging. Dermato-endocrinology,4(3), 0-9.

วันจันทร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

คอลลาเจน กับการสังเคราะห์คอลลาเจนในร่างกาย

คอลลาเจนเป็นโปรตีนที่มีโครงสร้างเส้นใย 3 เส้นพันกัน โดยแต่ละเส้นจะหมุนเป็นเกลียววนซ้าย จากนั้นทั้ง 3 เส้นมาพันรวมกันเป็นเกลียวเหมือนขดลวดวนขวาซึ่งเรียกว่า Triple Helix

คอลลาเจนเป็นโปรตีนที่อยู่บริเวณชั้นนอกของเซลล์(Extracellular matrix) โดยเป็น 1 ใน 3 ของโปรตีนทั้งหมด และมีปริมาณเป็น 3 ใน 4 ของน้ำหนักแห้งของผิว

การที่คอลลาเจนมีโครงสร้างแบบ Triple Helix ทำให้การเรียงตัวของกรดอะมิโนบนแต่ละสายโปรตีนมีความพิเศษคือต้องมีลำดับกรดอะมิโนไกลซีน(Glycine:Gly)ซ้ำกันระหว่างกรดอะมิโนทุกๆ 2 ตัว คือ ไกลซีน-X-Y-ไกลซีน-X-Y….โดยที่ X และ Y จะเป็นกรดอะมิโนอะไรก็ได้แต่ส่วนใหญ่จะเป็นโพรลีน(Proline:Pro,28%) และไฮดรอกซีโพรลีน(Hydroxyproline:Hyp,38%)

คอลลาเจนที่พบในสัตว์มีกระดูกสันหลังมีถึง 28 ชนิด โดยอาจจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆคือ คอลลาเจนที่เป็นเส้นใย(fibrillar collagen) และ คอลลาเจนที่ไม่เป็นเส้นใยแต่จะเป็นลักษณะโครงร่างตาข่าย(non fibrillar collagen) โดย 90% ของคอลลาเจนที่พบจะมีลักษณะเป็นเส้นใย

ตัวอย่างชนิดคอลลาเจนชนิดที่พบมากและเนื้อเยื้อที่พบ

คอลลาเจนที่เป็นเส้นใย
ชนิด
เนื้อเยื้อที่พบ
ชนิดที่ 1
กระดูก, หนังแท้(dermis), เอ็นกล้ามเนื้อ(tendon), เอ็นยึดข้อ(ligaments), กระจกตา
ชนิดที่ 2
กระดูกอ่อน, วุ้นในตา(vitreous body), ใส้ตรงรูกลางหมอนรองกระดูกสันหลัง(nucleus pulposus)
ชนิดที่ 3
ผิวหนัง, ผนังหลอดเลือด, เนื้อเยื้อเกี่ยวพัน
ชนิดที่ 5
ปอด, กระจกตา, กระดูก, เยื้อหุ้มผิวเอ็มบริโอ
เนื้อเยื้อชนิดนี้มักอยู่กับชนิดที่ 1

คอลลาเจนที่ไม่เป็นเส้นใย
ชนิด
เนื้อเยื้อที่พบ
ชนิดที่ 4
เนื้อเยื้อฐานที่คอยรองรับเซลล์(basement membrane)
ชนิดที่ 6
กระจายไปทั่วตามหนังแท้, กระดูกอ่อน, รก, ปอด, หลอดเลือด และหมอนรองกระดูกสันหลัง

โดยคอลลาเจนชนิดที่ 1 จะเป็นคอลลาเจนที่พบมากที่สุด


การสังเคราะห์คอลลาเจน

เริ่มในนิวเคลียส
คอลลาเจนเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งการสังเคราะห์จึงเริ่มจากการถอดรหัสพันธุกรรม(transcription)ในนิวเคลียสได้เอ็มอาร์เอ็นเอ(mRNA)ออกมา

เคลื่อนตัวสู่ไซโทพลาสซึมเข้าหาไรโบโซม
จากนั้น mRNA จะเคลื่อนที่ออกจากนิวเคลียสเข้าสู่ไซโทพลาสซึม(cytoplasm)เพื่อทำการแปลรหัส(translation)ที่ไรโบโซม(ribosome)ที่เกาะอยู่บนเอนโดพลาสมิกเรติคูลัม((rough) endoplasmic reticulum) จะได้สายเปปไตด์ออกมาซึ่งเรียกว่า พรีโพรคอลลาเจน(pre-pro-collagen) 



เจาะเข้าไปในเอนโดพลาสมิกเรติคูลัมชนิดขรุขระ(rough endoplasmic reticulum)เพื่อทำการสังเคราะห์โพรคอลลาเจน
สายพรีโพรคอลลาเจนจะยื่นเข้าผ่านช่อง(lumen)ไปภายในเอนโดพลาสมิกเรติคูลัมเพื่อส่งสัญญาณเรียกเอนไซม์ซิกนัลเป็ปติเดส(signal peptidase)มาตัดสายเปปไตด์ออกจากไรโบโซมเพื่อดำเนินการต่อ
จากนั้นจะเกิดการเติมหมู่ไฮดรอกซิล(hydroxylation)ไปในเรซิดิว(residue)ของกรดอะมิโนโพรลีน และไลซีนด้วยเอนไซม์โพรพิล-3-ไฮดรอกซีเลส(propyl-3-hydroxylase), โพรพิล-4-ไฮดรอกซีเลส(propyl-4-hydroxylase) และไลซิลไฮดรอกซีเลส(Lysyl hydroxylase) โดยต้องอาศัยตัวเร่งปฏิกิริยาได้แก่ อิออนเฟอรัส(Fe2+), 2-ออกโซกลูตาเรท(2-oxoglutarate), ออกซิเจน และวิตามินซี ทำให้ได้กรดอะมิโนออกมา 3 ตัวคือ 3-ไฮดรอกซีโพรลีน(3-hydroxyproline), 4-ไฮดรอกซีโพรลีน(4-hydroxyproline) และ ไฮดรอกซีไลซีน(hydroxylysine)

ต่อมาจะมีการเติมหมู่น้ำตาล(ไกลโคซิล และกาแลกโตซิล)ให้กับหมู่ไฮดรอกซิลของกรดอะมิโนไฮดรอกซีไลซีนซึ่งเราเรียกปฏิกิริยานี้ว่าไกลโคไซเลชั่น(glycosylation) จะทำให้ได้สายเส้นใยอัลฟ่า(α chain) 3 สาย ซึ่งสายแต่ละสายจะมีแรงดึงดูดพันธะระหว่างสายทำให้เกิดการบิดตัวของเส้นและเกิดโครงสร้างที่บิดเกลียว(triple helix) ซึ่งเราเรียกว่าโพรคอลลาเจน(pro-collagen)

ส่งโพรคอลลาเจนออกจากเซลล์โดยผ่านบริการขนส่งของโกลจิบอดี้(golgi body)
โพรคอลลาเจนที่ได้จากการสังเคราะห์ในเอนโดพลาสมิกเรติคูลัมจะถูกส่งมาให้กับโกลจิบอดี้เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างและสามารถขนส่งออกจากเซลล์ได้

ถูกเปลี่ยนเป็นโทรโพคอลลาเจนเมื่อผ่านเยื้อหุ้มเซลล์
โพรคอลลาเจนเมื่อออกจากเซลล์แล้วจะถูกเอนไซม์ที่อยู่บริเวณเยื้อหุ้มเซลล์ที่ชื่อว่าคอลลาเจนเป็ปติเดส(collagen peptidase)เข้าตัดส่วนหางของโพรคอลลาเจน และกลายเป็นโทรโพคอลลาเจน(tropocollagen)

เริ่มกระบวนการสร้างเส้นใยคอลลาเจน
เอนไซม์ไลซิลออกซิเดส(lysyl oxidase) ที่อยู่บริเวณภายนอกเซลล์จะเข้าไปทำกับไลซีน และไฮดรอกซีไลซีนเพื่อผลิตหมู่อัลดีไฮด์ซึ่งสามารถเกิดพันธะโควาแลนต์ระหว่างโมเลกุลของโทรโพคอลลาเจน ทำให้กลายเป็นโครงสร้างโพลีเมอร์ที่เรียกว่าเส้นใยคอลลาเจน(collagen fibril)
การผลิตคอลลาเจนชนิดต่างๆนั้นเช่น ชนิดที่1(type I), ชนิดที่ 2(type II) และอื่นๆ เป็นต้นจะเกิดขึ้นที่บริเวณภายนอกเซลล์


ที่มาของข้อมูล

1. Shoulders, M. D., & Raines, R. T. (2009). Collagen structure and stability.Annual review of biochemistry, 78, 929.
2. Gelse, K., Pöschl, E., & Aigner, T. (2003). Collagens—structure, function, and biosynthesis. Advanced drug delivery reviews, 55(12), 1531-1546.
3. Wikipedia. (2013). Collagen (Online). Available : http://en.wikipedia.org/wiki/Collagen [November 4, 2013]